เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือ โก้ เป็นคนอำเภอกุมภวาปี ในจังหวัดอุดรธานี เขาเป็นลูกคนสุดท้อง จากพี่น้องทั้งหมดสามคน พ่อชื่อ สุริยา และแม่ชื่อ ริสม มีพี่สาวทั้งหมดสองคน แต่ด้วยหน้าที่การงานของพ่อเขาจึงจำเป็นที่จะต้องตามบิดามารดาย้ายกลับไปอาศัยอยู่ที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

ในช่วงนั้น เกียรติศักดิ์ เริ่มเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนบ้านหนองแดง ของอำเภอกุมภวาปี จนถึงชั้นป. 3 ต่อมาได้มีการย้ายโรงเรียนอีกครั้งมาศึกษาต่อในระดับชั้นประถมปีที่ 4 ที่โรงเรียนน้ำพองศึกษา ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น จนจบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมปีที่ 6 หลังจากนั้นจึงตีตั๋วเดินทางเข้ามาศึกษาต่อในจังหวัดกรุงเทพมหานคร ในระดับอนุปริญญา สาขาการบัญชี ที่โรงเรียนพาณิชยการกรุงเทพ และสำเร็จการศึกษาในคณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ผู้เล่น
เกียรติศักดิ์ เริ่มเข้ามาในวงการฟุตบอลระดับประเทศครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2533 จากความสามารถของเขาจึงนำพาให้เขาติดทีมชาติไทยชุดเยาวชน เพื่อที่จะไปแข่งขันที่ประเทศมาเลเซีย และหลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2536 เจ้าตัวก็ได้รับโอกาสติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรก ในศึกการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 24 รวมทั้งศึกการแข่งขันฟุตบอลเมอร์ไลออนคัพ ของสิงคโปร์ อีกด้วย ในการลงสนามทำศึกครั้งนั้น เขาสามารถยิงประตูแรกได้ ซึ่งขณะนั้นเขาเป็นนักเตะทีมชาติไทยชุดบี ในวันที่ 9 กันยายน เป็นวันที่สำคัญหลังจากเอาชนะทีมชาติโปแลนด์มาได้ 1-0 และเจ้าตัวยังทำประตูสุดท้าย ในทีมชาติไทยชุดใหญ่ และยังเป็นประตูที่ 100 ของเขาในฐานะนักเตะทีมชาติไทย (หากนับเฉพาะนัดที่พบกับทีมชาติ จะอยู่ที่ 85 ประตู)

ยังไม่พอ เกียรติศักดิ์ยังมีโอกาสเข้าร่วมทีมชาติไทย ชุดที่ชนะเลิศรายการการแข่งขันฟุตบอล ในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 17, 18 และ 19 และยังชุดเป็นอันดับ 4 ในการแข่งขันฟุตบอล ในศึกเอเชียนเกมส์ถึงสองสมัยติดต่อกัน ในสองครั้งนี้คือ ครั้งที่ 13 ประจำปี พ.ศ. 2541 ซึ่งทาง เกียรติศักดิ์ เป็นผู้ที่ยิงประตูขึ้นนำทีมชาติเกาหลีใต้ไปก่อน หลังจากนั้น ธวัชชัย ดำรงค์อ่องตระกูล จะสามารถทำประตูโกลเดนโกล ให้กับทีมชาติไทยสามารถผ่านเข้าไปสู่รอบ 4 ทีมสุดท้าย และครั้งที่ 14 ประจำปี พ.ศ. 2545 เกียรติศักดิ์สามารถทำแฮตทริกให้กับตัวเอง ขณะที่เขาลงเล่นให้กับทีมชาติไทยมาแล้ว 4 ครั้งคือ การแข่งขันฟุตบอลชายของกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 20 ครั้งนั้นเป็นฝั่งทีมชาติไทยที่สามารถเอาชนะฟิลิปปินส์มาได้ 9 ประตูต่อ 0 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2542, ในการแข่งขันนัดกระชับมิตร ทีมชาติไทยก็ยังคงเป็นฝั่งที่เอาชนะทีมชาติคูเวต 5 ประตูต่อ 4 เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2544, ในศึกฟุตบอลโลกปี 2002 ของรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ทีมชาติไทยก็เป็นผู้ที่เก็บชัยชนะปากีสถาน มาได้ 6 ประตูต่อ 0 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2544 และ ในศึกรายการไทเกอร์คัพ 2002 รอบแบ่งกลุ่มนัดแรก (กลุ่มบี) ทีมชาติไทยชนะทีมชาติลาว 5 ประตูต่อ 0 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2545

ครั้งหนึ่ง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ (ฟีฟ่า) เคยบันทึกเอาไว้ว่าเกียรติศักดิ์ เป็นนักเตะที่ทำประตูสูงสุด ให้กับทีมชาติไทยชุดใหญ่ ถึง 70 ประตู จากการลงสนามแข่งขันทั้งหมด 131 นัด โดยในการแข่งขันนัดสุดท้ายที่เกียรติศักดิ์ ลงเล่นกับทีมชาติไทยชุดใหญ่ คือศึกที่ต้องเจอกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่สนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ทั้งนี้ และเมื่อไหร่ที่เกียรติศักดิ์สามารถซัดประตูคู่แข่งได้ จะแสดงความดีใจด้วยการกระโดดตีลังกา กระทั่งสื่อมวลชนสายกีฬา ตั้งฉายาให้ว่าเป็น จอมตีลังกา

ผู้ฝึกสอน

ต่อมาในปี พ.ศ. 2545 ในขณะที่เขายังเป็นผู้เล่นอยู่ เจ้าตัวก็ริเริ่มก่อตั้งโครงการ ซิโก้ทิปส์ สัญจร เพื่อเป็นโครงการฝึกสอนฟุตบอล ให้กับเยาวชนทั่วประเทศ ควบคู่กับผลิตรายการ ฝึกสอนทักษะฟุตบอลทางโทรทัศน์อีกด้วย โดยเจ้าจะใช้ชื่อโครงการ และรายการทีวีเป็นชื่อเดียวกันว่า ซิโก้ทิปส์ มาจนถึงปี (พ.ศ. 2546) เจ้าตัวก็ผ่านในการอบรม ผู้ฝึกสอนระดับบี (B Licence) ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2549